|
| |
| |
 |
 |
 |
1.CEPHALOTAXACEAE
Cephalotaxus griffithii Hook.
พญามะขามป้อม
มะขามป้อมดง-เชียงราย, ดอยสะเด็น-เชียงใหม่, หิ้ง-เลย, สะวาลา-กะเหรี่ยง
แม่ฮ่องสอน, เส่วาลา-กะเหรี่ยง เชียงใหม่
ฤทธิ์แก้ไอของมะขามป้อม
จากการศึกษาผลของสารสกัดลูกมะขามป้อมแห้งด้วย absolute ethanol ต่อการระงับการไอ
พบว่าในขนาดสูง 200 มก/กก. เมื่อให้แมวกินจะระงับอาการไอได้ดี แม้จะไม่ดีเท่า
codeine แต่ดีกว่า dropropizine และการที่ระงับอาการไอได้เนื่องจากมีฤทธิ์แก้ปวด
ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ และยังเพิ่มการหลั่งในทางเดินหายใจ
ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลของผลมะขามป้อม
สารสกัดผลมะขามป้อมด้วยเมธานอลสามารถป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารเฉียบพลันเนื่องจากแอสไพริน
อัลกอฮอล์ ความเย็น และยังป้องกันการเกิดแผลเรื้อรังโดยกรดน้ำส้ม โดยใช้สารสกัด
20 มก./กก.แก่หนูขาว วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน และ 10 วัน พบว่าได้ผลดี
กระบวนการออกฤทธิ์ผ่านการลดปริมาณกรด ปริมาณเปปซิน แต่ปริมาณมิวซินเพิ่มขึ้น
และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ฤทธิ์ป้องกันเซลล์และเพิ่มภูมิคุ้มกันของผลมะขามป้อม
ผลมะขามป้องมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่แรง จึงอาจจะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน
ทดลองโดยใช้ chromium ซึ่งกดภูมิคุ้มกัน เป็นพิษต่อเซลล์ เกิดอนุมูลอิสระ
และการเกิด lipid peroxidation ลด glutathione peroxidase และ glutathione
พบว่าเมื่อให้สารสกัดผลมะขามป้อม จะสามารถยับยั้งพิษต่างๆ ข้างต้นที่เกิดจาก
chromium ลดการทำลายเซลล์ และ DNA จึงนับว่าสารสกัดจากมะขามป้อมมีประโยชน์
ฤทธิ์ต้านมะเร็งของมะขามป้อม
สารสกัดน้ำจากผลมะขามป้อม ( Emblica officinalis Gaertn. ) ขนาด 1.25
ก./กก. นน.ตัวมีผลยืดอายุหนูทดลองที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นมะเร็งช่องท้อง
(ascites tumor) ได้ 20% การศึกษาทำโดยการฉีดเซลล์มะเร็งชนิด Daltons
lymphoma ascites cell (DLA) เข้าช่องท้อง หลังจากนั้น 24 ชม. ให้สารสกัดผลมะขามป้อมทางปาก
5 วัน โดยให้วันเว้นวัน การศึกษาผลต่อขนาดของก้อนมะเร็งทำโดยฉีดเซลล์มะเร็งชนิด
DLA เข้าใต้ผิวหนังที่ขาหลังขวาของหนูทดลอง หลังจากนั้น 24 ชม. ให้สารสกัดผลมะขามป้อมทางปากโดยให้ติดต่อกัน
10 วัน ตรวจขนาดของก้อนมะเร็งในวันที่ 30 ของการทดลอง สารสกัดผลมะขามป้อมขนาด
1.25 ก./กก. นน.ตัว มีผลลดขนาดของก้อนมะเร็งลงเป็น 1.75 มล. ( กลุ่มควบคุมมีขนาดของก้อนมะเร็ง
4.6 มล.) สารสกัดน้ำจากผลมะขามป้อมมีผลยับยั้งเอนไซม์ cdc 25 phosphatase
ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ควบคุมกระบวนการแบ่งเซลล์ และพบว่ามีการสร้างเอนไซม์นี้มากกว่าปกติในเซลล์มะเร็งบางชนิด
ดังนั้นฤทธิ์ของสารสกัดผลมะขามป้อมจึงอาจเกี่ยวข้องกับการรบกวนกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง
การป้องกันแผลในกระเพาะอาหารของมะขามป้อม
เมื่อทดลองให้หนูขาวกินสารสกัดจากผลมะขามป้อมสด (Phyllanthus emblica
L. หรือ Emblica officinalis Gaertn.) ในขนาด 100 มก./กก. น้ำหนักตัว
นานติดต่อกัน 10 วัน จากนั้นทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารด้วยอินโดเมทธาซิน
(indomethacin) พบว่าสารสกัดมะขามป้อมมีผลเพิ่มสารเมือง (mucous) ที่เนื้อเยื่อกระเพาะอาหาร
และลดระดับมาลอนไดอัลดีไฮด์ (malondialdehyde, MDA; MDA เป็นผลจากปฏิกริยาออกซิเดชั่นของไขมัน)
นอกจากนี้ยังมีผลเพิ่มระดับเอนไซม์ซุปเปอร์ออกไซด์ดีสมิวเทส (superoxide
dismutase, SOD: SOD มีบทบาทช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ) เชื่อว่าสารสกัดจากมะขามป้อมมีผลปกป้องเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารด้วยกลไกการต่อต้านการออกซิเดชั่น
(antioxidant)
กลับสู่ด้านบน
|
|
|
| |
|
 |
|
2.ZINGIBERACEAE
Curcuma zedoaria Roscoe
ขมิ้นชัน-เหนือ
ขมิ้นอ้อย-กลาง, ละเมียด-เขมร
สารจากขมิ้นที่ป้องกันภาวะสมองเสื่อมในขมิ้น
จากการศึกษาสารที่แยกจากขมิ้นพบว่า calebin A, curcumin, demethoxycurcumin,
bisdemethoxycurcumin
และ 1,7-bis(4-hydroxyphenyl)-1-heptene-3,5-dione มีฤทธิ์ป้องกันการจับของ
beta-amyloid ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะการเสื่อมของสมอง พิษต่อเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบของcurcumin
I-IIIจากขมิ้นชัน Curcumin I, curcumin II (monodemethoxycurcumin) และ
curcumin III (Bisdemethoxycurcumin) จากขมิ้นชัน นำมาทดสอบฤทธิ์ความเป็นพิษต่อเซลล์,
ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ สารประกอบเหล่านี้แสดงให้เห็นฤทธิ์ต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว,
ลำไส้ใหญ่, ระบบประสาทส่วนกลาง, melanoma,
ไตและเต้านม การยับยั้ง liposome peroxidation จาก curcumin I-III ที่
100 mg/mL เป็น 58, 40 และ 22% ตามลำดับ การยับยั้งเอนไซม์ COX I และ
II โดย curcumin I-III สามารถสังเกตุเห็นได้ curcumin I-III
ต้านเอนไซม์ COX I ที่ 125 mg/mL และยับยั้งเอนไซม์คิดเป็น 32, 38.5
และ 39.4% ตามลำดับ curcumin I-III125 mg/mL แสดงฤทธิ์การยับยั้งเอนไซม์
COX II ได้ดีคือ 89.7, 82.5 และ 58.95% ตามลำดับ
ฤทธิ์ของผงขมิ้นในการรักษาแผลในกระเพาะอาหารของหนูขาว
ทำการศึกษาฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารในหนูขาวเพศผู้ด้วยการป้อนผงขมิ้นชัน
(Curcuma longa Linn.) ขนาด 0.25, 0.5 และ 0.75 กรัม ต่อนน.ตัว เป็นเวลา
3 วันก่อนที่จะถูกเหนี่ยวนำให้เกิดแผล โดยการฉีด indomethacin 12 มก.ต่อนน.ตัว
1 กก. และโดยภาวะเครียดอันเนื่องจากอุณหภูมิต่ำ และถูกจำกัดการเคลื่อนไหว
และศึกษาฤทธ์สมานตัวของแผล ด้วยการป้อนผงขมิ้นในขนาดเดียวกัน หรือสารสกัดจากผงขมิ้น
คือสาร เคอร์คิวมินอยด์ (curcuminoids) ขนาด 5 มก.ต่อนน.ตัว 1กก.เป็นเวลา
3 วัน หลังจากหนูขาวถูกเหนี่ยวนำให้เกิดแผล
จากผลการทดลองพบว่า ผงขมิ้นขนาด 0.5 กรัมต่อนน.ตัว 1 กก. มีฤทธิ์ป้องกัน
และเสริมการสมานตัวของแผลในกระเพาะอาหารอันเนื่องจาก indomethacin ได้
เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าผงขมิ้นในขนาด 0.75 กรัมต่อ นน.ตัว 1 กก.
ไม่มีฤทธิ์ป้องกันหรือเสริมการสมานแผลแต่อย่างใดแต่ในทางตรงกันข้ามกลับมีแนวโน้มทำให้เกิดแผลรุนแรง
มากกว่ากลุ่มควบคุม ส่วนสารสกัดจากผงขมิ้น คือ curcuminoid 5 มก.ต่อนน.ตัว
1 กก.
ไม่มีฤทธิ์เสริมการสมานตัวของแผล และยังพบว่ามีผลลดการหลั่งของ soluble
mucus หลังจากให้ curcuminoids ไปแล้ว 3.5 ชม.อีกด้วย
ฤทธิ์ยับยั้งการแพ้จากขมิ้นชัน
จากการทดลองเมื่อเหนี่ยวนำให้เกิดการหลั่ง histamine โดยสาร 3 ชนิดคือ
concanavalin A ซึ่งไปจับกับ IgE antibody และส่งผลให้ระดับ Ca2+ ในเซลล์สูงขึ้น
, สารประกอบ 48/80 ซี่งจับกับmast cell ทำให้เกิดการปลดปล่อย Ca2+ และสาร
A 23187 ที่ทำให้ปริมาณ Ca2+ ในเซลล์เพิ่มขึ้นจึงเกิดการหลั่ง histamine
พบว่าสารสกัดเอทิลอะซิเตตและcurcumin จากขมิ้นชัน ( Curcuma longa Linn.
) ขนาดความเข้มข้น 50 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร แสดงฤทธิ์ต้านการหลั่ง histamine
โดยสารสกัดเอทิลอะซิเตตมีฤทธิ์แรงกว่า curcumin ซึ่งกลไกอาจเกี่ยวข้องกับการยับยั้งการแตกของแกรนูลที่มีผลให้ปริมาณ
Ca2+ ในเซลล์เพิ่มขึ้น
ขมิ้นชัน: ฤทธิ์ทางชีววิทยาใหม่
Curcumin I,II และ III ซึ่งแยกได้จากเหง้า(rhizome) ของขมิ้นชันแสดงฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์
topoisomerase I และ II ar-turmerone เป็น sesquiterpene ketone ในน้ำมันหอมระเหย
มีฤทธิ์ฆ่ายุง (mosquitocidal) ส่วนสารสกัดเฮกเซนจากใบขมิ้นชันให้สาร
labda-8 (17), 12-diene-15,16-dial มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อราชนิด Candida
albicans น้ำมันสีเหลือง มีเซสควิเทอร์พีนคีโทน (Sesquiterpene) โดยมีสารส่วนใหญ่เป็นทูมีโรน
(Tumerone) นอกจากนี้ยังมีสารเออาร์-เทอร์มีโรน (ar-Tumerone) อัลฟา-แอทเลนโทน
(Alpha-Atlantone) ซิงจิเบอร์รีน (Zingiberene) บอร์นีออล (Borneol)
เป็นต้น ส่วนสารสีเหลืองส้มมีชื่อว่า เคอร์คิวมิน (Curcumin) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร
สารเคอร์คิวมินจะกระตุ้นการหลั่งมิวซิน (Mucin) ออกมาเคลือบกระเพาะ มีฤทธิ์ขับน้ำดี
โดยกระตุ้นให้ถุงน้ำดีบีบตัวมากขึ้น ออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย
กลับสู่ด้านบน
|
|
|
| |
 |
 |
 |
3.SAURURACEAE
Houttuynia cordata Thunb.
ผักคาวทอง
พลูแก-กลาง, ผักก้านตอง-แม่ฮ่องสอน, ผักเข้าตอง, ผักคาวตอง-เหนือ
น้ำมันระเหยง่ายที่สกัดจากผักคาวตองซึ่งมีองค์ประกอบของ n-decylaldehyde,
n-dodecylaldehyde และ Me-n-nonyl ketone สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส
influenza ในเซลล์เพาะเลี้ยง และยังพบว่าน้ำมันระเหยง่ายที่ได้จากการกลั่นด้วยไอน้ำของผักคาวตองสด
ซึ่งมีองค์ประกอบหลักเป็น methyl n-nonyl ketone, lauryl aldehyde และ
capryl aldehyde มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ herpes simplex virus type 1 (HSV-1),
influenza virus และ human immunodeficiency virus type 1 (HIV-1) แต่ไม่ทำลายโฮสเซลล์
(cytotoxicity) และไม่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ poliovirus and coxsackie-virus
เป็นส่วนประกอบในตำรับยาใช้รักษาการติดเชื้อเฉียบพลัน หวัด ไข้หวัดใหญ่
และการติดเชื้อทางเดินหายใจ (CN1302638) เป็นส่วนผสมในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้นใช้ทา
(liniment) รักษาโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ คางทูม ต่อมทอมซิลอักเสบ และปอดอักเสบในเด็ก
Dayong Wang และคณะที่ศึกษาในหนูถีบจักร พบว่า sodium houttuyfonale
ซึ่งเป็นสารประกอบระหว่าง sodium bisulfite และ houttuyinin (polymer
ของน้ำมันระเหยง่าย) ช่วยเพิ่มการสร้างแอนติบอดี้ และช่วยเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด
macrophage เช่น การจับกินสิ่งแปลกปลอม โดยเพิ่มปริมาณของ lysosomal
enzyme ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่ macrophage ใช้ย่อยทำลายสิ่งแปลกปลอม ได้แก่
acid phosphatase, lysozyme และเพิ่มปริมาณการสร้าง IL-1 โดย macrophage
นอกจากนี้ ยังเสริมการเพิ่มจำนวนของลิมโฟซัยท์ และเพิ่มปริมาณการสร้าง
IL-2 ด้วย สรรพคุณแก้กามโรค ทำให้น้ำเหลืองแห้ง แก้โรคผิวหนังทุกชนิด
ใบนำมาตำพอกแก้พิษแมลงป่อง พอกฝี ชาวเหนือเชื่อว่าใบขับพยาธิได้ ในตำรายาจีนพลูคาวทั้งต้นมีสรรพคุณขับปัสสาวะ
รักษาอาการอักเสบในทางเดินปัสสาวะ ระงับเชื้อโรคหลายชนิด
กลับสู่ด้านบน
|
|
|
| |
|
4.PALMAE Phoenix dactylifera Linn.
อินทผลัม-กลาง
Date Palm
ช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ให้ความแข็งแรงต่อร่างกาย สมองและจิตใจหลังการมีเพศสัมพันธ
มีสาร tokokin ที่ออกฤทธิ์เป็น estrogenic effect แก้กระหายและช่วยลดเสมหะภายในลำคอ
อินทผลัมช่วยรักษาแผลในกระเพราะอาหาร ละลายเสมหะ ช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้
กลับสู่ด้านบน
|
|
|
| |
| |
 |
|
5.Ganoderma Lucidum
เห็ดหลินจือ
Mushroom of Immortality, Ling Zhi,
Divine Mushroom, Spiriual, Mushroom, Tree of life Mushroom Mannentake
(10,000 years Mushroom)
Good-fortune Mushroom Monkey's seat Mushroom Laquered Mushroom Holy
กลไกการออกฤทธิ์ต้านไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ของเห็ดหลินจือ สาร APBP
ซึ่งเป็นโพลีแซคคาไรด์ชนิดมีโปรตีนที่เป็นกรด ( acidic protein bound
polysaccharide) สกัดได้จากหมวกเห็ดหลินจือ (Ganoderma lucidum (Fr.)
Karst.) แสดงคุณสมบัติต้านไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ 1 และ 2 (HSV-1
และ HSV-2) เมื่อทดสอบโดยวิธี plaque reduction assay จากการศึกษากลไกการออกฤทธิ์พบว่า
APBP มีผลทำลายไวรัสโดยตรง (virucidal effect) ลดการเกาะของไวรัสบนผิวเซลล์
(attachment inhibitory effect) และยับยั้งการแทรกตัวของไวรัสเข้าสู่เซลล์
(penetration inhibition effect) สารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ protein
prenyltransferase จากธรรมชาติ สารสำคัญที่แยกได้จากเห็ดหลินจือ (Garnoderma
lucidum Fr. Karst.) คือกรดการ์โนเดอร์ริก (garnoderic acid) และสารสำคัญที่แยกได้จากกระเทียม
(Allium sativum Linn.) คือ ไดอัลลิล ไธโอซัลฟิเนต(dially thiosulfinate)
อัลลิล เมท-ทิล ไธโอซัลฟิเนต(allyl methyl thiosulfinate) และเมททิล
อัลลิล ไธโอซัล-ฟิเนต (methyl allyl thiosulfinate) ให้ผลยับยั้งเอนไซม์
protein prenyltransferase เอนไซม์โปรตีนพรีนิลทรานสเฟอร์เรส (protein
prenyltransferase) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเซลล์ (cell transformation)
ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง การยับยั้งเอนไซม์นี้จึงเป็นกลยุทธหนึ่งในการค้นคว้าพัฒนายาต้านมะเร็งต่อไป
สมุนไพรเห็ดหลินจือ ได้รับการยอมรับในการนำมารักษาโรคด้วยวิธีทางธรรมชาติ
ด้วยหลักการแห่งความสมดุลของหยินหยาง เพื่อสร้างความสมบูรณ์แขงแรงของร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้ง
3 ระบบได้แก่ 1. ระบบทางเดินอาหาร โรคกระเพาะอักเสบ ลำไส้อักเสบ ท้องผูก
ตับอักเสบ 2. ระบบทางเดินหายใจ โรคหลอดลมอักเสบ โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้
3. ระบบไหลเวียนของโลหิต โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคเม็ดเลือดขาวต่ำ
ขจัดสารพิษในหลอดเลือด
กลับสู่ด้านบน
|
|
|
| |
 |
 |
 |
6.MENISPERMACEAE Tinospora crispa Miers
Heart-Leaved Moonseed, Boraphad
บอระเพ็ด
เครือเขาฮอ-เหนือ, จุ่งจิง-เหนือ, เจตมูลหนาม-หนองคาย, ตัวเจตมูลยาน-สระบุรี,
เถาหัวด้วน-สระบุรี, หางหนู-อุบลราชธานี/สระบุรี, จุ่งจริงตัวแม่,
เจ็ดมูลย่าน, เครือเขาฮ่อ (หนองคาย), ตัวเจ็ตมุลย่าน, เถาหัวด้วน (สระบุรี),
เจ็ตหมุนปลูก (ภาคใต้)
แก้ไข้ เจริญอาหาร แก้เบาหวาน แก้กระหายน้ำ ขับเหงื่อ แก้ร้อนใน ใบพอกฝีแก้ฟกบวม
แก้ปวดแสบปวดร้อน ขับเหงื่อ ทำให้เลือดลมเย็น ลดความอ้วนในร่างกาย แก้กระหายน้ำ
แก้ร้อนในได้ดีมาก ช่วยให้เจริญอาหาร ผสมกับน้ำมันมะพร้าวรักษา รูมาติซึม
บำรุงสุขภาพและช่วยให้อายุยืน มีเสียงหวาน ลดอาการปวดและอาการบวมจากฝี
รักษาโรคผิวหนัง แก้อาการคันจากผื่น ขับพยาธิ ช่วยให้ลดไข้ รักษาไข้มาลาเรีย
รักษาโรคอุจจาระเป็นเลือด รวมทั้งโรคติดเชื้อในกระแสเลือด รักษาโรคพิษฝีดาษ
โรคไข้เหนือ โรคไข้พิษทุกชนิด เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงไฟธาตุ รักษาอาการร้อนใน
ทำให้เจริญอาหาร ขับน้ำย่อยในทางเดินอาหาร ระงับความร้อน รักษาโลหิตพิการ
และระงับอาการสะอึก ช่วยทำให้รู้สึกอยากอาหาร บอระเพ็ดกระตุ้นให้เซลตับอ่อนหลั่งอินซูลิน
กล่าวคือ การลดเบาหวานของบอระเพ็ด จะมาจากระบวนการกระตุ้นให้มีการหลั่งอินซูลิน
ต้นสันโศก (Sun Soke Tree) และต้นบอระเพ็ด ทั้ง 2 ชนิดมีสารที่ยับยั้งเชื้อเอดส์ได้
โดยทดลองในห้องวิทยาศาสตร์แล้ว ยังสามารถสกัดได้สารบริสุทธิ์ 2 ชนิดในกลุ่มไทรามีน
ที่มีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อเอชไอวีได้ โดยแหล่งที่ดีคือ จ.สุพรรณบุรี
จะมีสารชนิดนี้มาก เป็นยาอายุวัฒนะ มีฤทธิ์ในการต้าน beta-streptococcus
gr.A (Laorpaksa et al., 1988) การต้านอนุมูลอิสระของบอระเพ็ดพบว่าสารสกัด
3 ชนิด ได้แก่ N-trans-feruloyltyramine, N-cis-feruloyltyramine, secoisolariciresinol
มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระมากกว่า BHT ซึ่งใช้เป็นสารมาตรฐาน (Cavin
et al., 1997) จากการวิจัยได้แยกสารสกัดหยาบและสารบริสุทธิ์จากบอระเพ็ด
เพื่อใช้ศึกษาถึงการออกฤทธิ์ ของกล้ามเนื้อหัวใจและความดันโลหิตพบว่า
ปริมาณสารอัลคาลอยด์ เอ็นฟอร์มิลนอร์นูซิเฟอรีน ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์เพิ่มแรงบีบตัวของหัวใจด้านบนขวาและบนซ้ายนั้น
พบในบอระเพ็ดจาก แหล่งต่างๆ ไม่เท่ากัน ลำต้นแก่จะมีสารกลุ่มอัลคาลอยด์มากกว่าลำต้นอ่อน
จะช่วยเพิ่มแรงบีบตัว ของกล้ามเนื้อหัวใจห้องบนขวาและซ้ายได้ดี ขณะเดียวกันไม่เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ
ซึ่งปกติยารักษาโรคหัวใจจะเพิ่มทั้งแรงบีบตัวกล้ามเนื้อหัวใจและอัตราการเต้นของหัวใจด้วย
ดังนั้น ถ้าได้ยาที่ไม่เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจจะเป็นยาที่ดีกว่ายารักษาโรคหัวใจที่มีอยู่ปัจจุบัน
นอกจากนี้ บอระเพ็ด ยังมีรายงานว่า ช่วยลดน้ำตาลในเลือดและลดความดันโลหิต
ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า บอระเพ็ดทุกแหล่งออกฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดใกล้เคียงกัน
สรุปผลการศึกษาได้ว่า บอระเพ็ดใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ สามารถลดความดันโลหิตได้
ส่วนการลดน้ำตาลในเลือดก็ใช้ได้ดี สำหรับเป้าหมายของการวิจัยได้ตั้งไว้ว่า
จะผลิตบอระเพ็ดเป็นยาเสริมในการรักษาโรคหัวใจและเบาหวาน
กลับสู่ด้านบน
|
|
|
| |
| |
 |
|
7.COMBRETACEAE Terminalia chebula Retz. Myrabolan Wood
สมออัพยา
สมอไทย-กลาง, ม่าแน่-กะเหรี่ยง เชียงใหม่, หมากแน่ะ-กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน
ฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งของสารสกัดผลและสารฟีโนลิกซ์ของสมอไทย
เมื่อนำสารสกัดเมทานอล 70% ของผลสมอไทย (Terminalia chebula Retz) มาทดสอบฤทธิ์การแบ่งตัวของ
breast cancer lines (MCF-7, S115) prostate cell lines (PC-3, NT1A)และ
human osteosarcuma cell พบว่าสารสกัดมีฤทธิ์แรงในการทำให้ cell มะเร็งเกิด
necrosis และตาย ขนาดที่ฆ่าเซลล์ได้คือ 400 ไมโครกรัม/ซีซี การแยกหาสารออกฤทธิ์
โดยใช้ ATP assay ช่วยได้สารออกฤทธิ์ Chebulonic acid และ ellagic acid
เมื่อทดสอบฤทธิ์เปรียบเทียบกับสารกลุ่ม phenolic acid อื่น จากพืชสกุล
Terminalia พบว่ามีฤทธิ์เรียง ลำดับดังนี้ Chebulic acid > tannic
acid > ellagic acid นอกจากนี้ผู้วิจัยได้ทดลอง ฤทธิ์ต้าน lipid peroxidation
พบว่ายับยั้งได้ 89% และยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระได้ 92%
ต้านเชื้อแบคทีเรีย (15,23-28) ต้านเชื้อรา (23,24,29) ต้านเชื้อไวรัส
(30-38) ต้านไวรัสที่ก่อโรคพืช (39) ต้านยีสต์ (23,28) ต้านพยาธิที่ก่อโรคเท้าช้าง
(40) ฆ่าไส้เดือน (41) ฆ่าหอย (42) รบกวนการกินอาหารของแมลง (43,44)
เป็นพิษต่อปลา (45) ต้านเชื้อบิดมีตัว (46) แก้ท้องร่วง (47) รักษาดีซ่าน
(48) แก้หวัด (49) รักษาสิว (50) ยับยั้งฟันผุ (51,52) มีฤทธิ์ฝาดสมาน
(53) ตกตะกอนน้ำอสุจิ (54) ยับยั้งการฝังตัวของตัวอ่อนที่ผนังมดลูก (55,56)
กระตุ้นกล้ามเนื้อเรียบให้หดตัว (57) ยับยั้งการหดเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบ
(58,59) ยับยั้งการอักเสบ (60-62) รักษาแผลในลำไส้ (63) ระบายท้อง (66,67)
แก้ปวด (58) ลดน้ำตาลในเลือด (32) ลดระดับไขมันในเลือด (68) ยับยั้งภาวะระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
ยับยั้งภาวะระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง (71) เพิ่มแรงบีบตัวของหัวใจ
(72) ยับยั้งกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (73) ยับยั้ง complement alternative
classical path way (74) ปรับปรุงภูมิคุ้มกันของร่างกาย (75) ตกตะกอนเม็ดเลือดแดง
(76) กระตุ้นเอนไซม์ glutamate-pyruvate transaminase (21), g-glutamyl
transpeptidase (77) ยับยั้งเอนไซม์ HIV- transpeptidase (78), HIV protease
(79), DNA polymerase (80), tyrosinase (81,82) และ ATPase (NA+/K+)
(77) เป็นพิษต่อไต เป็นพิษต่อตับ (83) ยับยั้งความเป็นพิษต่อตับ (67,84-86)
ยับยั้งภาวะยูเรียในเลือดสุงเกินว่าระดับปกติ (87) ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์
(88-90) เป็นพิษต่อเซลล์ (36,91-95) ทำให้ hepatitis B surface antigen
หมดฤทธิ์ เหนี่ยวนำ tumor necrosis factor (80)
กลับสู่ด้านบน
|
|
|
| |
 |
 |
 |
8.ZINGIBERACEAE Kaempferia pafiflora
กระชายดำ หรือ โสมไทย
มีสรรพคุณทำให้คึกคักกระชุ่มกระชวย ช่วยสร้างความสมดุย์ของความดันโลหิตให้ไหลเวียนดีขึ้น
ผิวพรรณผุดผ่องสดใสและแก้โรคบิดแก้ปวดท้อง สำหรับสุภาพสตรีช่วยให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวลแก้ตกขาว
ขยายหลอดเลือดขจัดไขมันในหลอดเลือดโรคกระเพาะ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
โรคหัวใจ บำรุงฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ชายเหนือชาย กระตุ้นประสาททำให้กระชุ่มกระชวยบำรุงกำลัง
เป็นยาอายุวัฒนะ ชลอความแก่ ขับลม ขับปัสสาวะแก้โรคกระเพาะอาหาร แก้ท้องอืด
ท้องเฟ้อ เนื่องจากรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา บำรุงเลือดสตรี แก้ตกขาว
ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ มีฤทธิ์ในการยับยั้งเอ็นไซม์รีเวอร์ส์ทรานสคริปเทส
ของเชื้อไวรัสเอชไอวี ไม่เกิดความเป็นพิษต่อสัตว์ทดลอง
กลับสู่ด้านบน
|
|
|
| |
 |
|
 |
9.PERIPLOCACEAE Myriopteron extensum Schum.
ชะเอม
กอน-เงี้ยว แม่ฮ่องสอน, ขมเหลือง-เชียงใหม่, ข้าวสาร-กลาง, เครือเขาขมหลวง-กลาง,
ป้างไม้-ลำปาง,
สื่อกี่ปอบอ-กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน, อ้อยสามสวน-เหนือ, อ้อยแสนสวน-เหนือ
สารหวานจากชะเอมไทย
นักวิจัยไทยได้ร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่น สกัดแยกสารหวานจากต้นชะเอมไทย
(Albizia myriophylla)
ได้สารกลุ่มไตรเทอร์ปีน ซาโปนิน คือ albiziasaponin A-E ซึ่งเป็นสารใหม่
และ licorice saponin F3 และ yunzanoside B ซึ่งเคยมีรายงานการพบในพืชมาแล้ว
เมื่อตรวจสอบความหวานพบว่า albiziasaponin B มีความหวานเป็น 600 เท่าของน้ำตาล
ฤทธิ์ต้านการเกิดหลอดเลือดแข็งตัวของสารสกัดชะเอมเทศที่ให้เสริมในผู้ป่วยคอเลสเตอรอลสูงในเลือด
สารฟลาโวนอยส์จากสารสกัดเอทานอลของรากชะเอมเทศต้านการเกิดแผลที่ผนังหลอดเลือดที่แข็งตัว
เกี่ยวกับการยับยั้ง
การเกิดออกซิเดชั่นของ LDLในหนู ให้สารสกัดในกลุ่มทดลองที่มีระดับไขมันในเลือดปกติ
เกิดการยับยั้งออกซิเดชั่นของ LDL ได้ ผลต้านการเกิดหลอดเลือดแข็งตัวของสารสกัดชะเอมเทศในผู้ป่วยโรคคอเลสเตอรอลสูงในเลือดระดับปานกลาง
ให้สารสกัดในขนาด0.1ก./วันกับคนไข้เป็นเวลา1เดือนให้ยาหลอกต่อไปอีก 1
เดือนพบว่าสารสกัดชะเอมเทศลดความไวในการเกิดออกซิเดชั่นในพลสาสมาได้19%
เพิ่มความต้านทานของ LDL ในพลาสมาต่อการเปลี่ยนแปลงของผนังหลอดเลือดที่แข็งตัวขึ้นได้แก่ต้านทานการเกิดการออกซิเดชั่น55%
การตกตะกอนของเม็ดเลือด28% การเกิดretention 25% ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในพลาสมาได้5%
ลดระดับ LDLในพลาสมา9%และลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในพลาสมา14% หลังจากให้ยาหลอกต่อมาอีก
1 เดือนค่าตัวแปรกลับสู่ระดับเดิม การให้สารสกัดชะเอมเทศลดความดันโลหิตในขณะหัวใจบีบตัวได้อีก10%
การให้เป็นอาหารเสริมกับผู้ป่วยที่มีคอเลสเตอรอลสูงในเลือดอาจลดระดับคอเลสเตอรอลได้ปานกลาง
และต้านออกซิเดชั่นที่รุนแรง อาจช่วยต้านโรคหลอดเลือดและหัวใจได้
กลับสู่ด้านบน
|
|
|
| |
 |
 |
 |
10.PAPILIO NACEAE Suvathbandhu Leguminosae RED KWAO KHREU กวาวเครือแดง
กระชายดำ หรือ โสมไทย
สถาบันการแพทย์แผนไทย
ยืนยันสมุนไพรกวาวเครือแดงปลอดภัย เป็นยาอายุวัฒนะสำหรับผู้สูงอายุใช้ได้ทั้งหญิงและชาย
(คนหนุ่มสาวห้ามรับประทาน) ทำให้กระชุ่มกระชวย ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นกลับเต่งตึงมีน้ำมีนวล ช่วยเสริมอก
กระตุ้นเต้านมขยายตัว โดยเฉพาะกวาวเครือขาว ช่วยให้เส้นผมที่หงอกกลับดำ
และเพิ่มปริมาณเส้นผม แก้โรคตาฟาง ต้อกระจก ทำให้ความจำดี ทำให้มีพลัง
การเคลื่อนไหวการเดินเหินจะคล่องแคล่ว ช่วยบำรุงโลหิต ช่วยให้รับประทานอาหารมีรสชาติอร่อย มีสารไฟสเตอรอล
ทำให้เซลล์เต่งตึง ใบหน้าเต่ง - ตึง และรอยตีนกาตื้นขึ้น มีสารไฟโตรแอนโดรเจน
ที่สามารถออกฤทธิ์ คล้ายฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งไปกระตุ้นให้ผมดกดำขึ้น
และกระตุ้นให้น้ำอสุจิมากขึ้น กระตุ้นให้หลอดเลือดในร่างกายขยายตัว
ทำให้ไขมันในเส้นเลือดลดลง ลดอาการปวดข้อกระดูก และความดันโลหิตสูง
โดยเฉพาะหลอดเลือดที่อวัยวะเพศชาย ไหลเวียนเข้าไปได้มากยิ่งขึ้น
ทำให้เลือดคั่งและทำให้แข็งตัวได้นาน
ยืดระยะเวลาการมีเพศสัมพันธ์นานกว่าปกติ
กลับสู่ด้านบน
|
|
|
| |
 |
 |
 |
11.Murdannia loriformis (Hassk.) Rolla Rao et Kammathy COMMELINACEAE หญ้าปักกิ่ง, หญ้าเทวดา, เล้งจือเช่า (จีน)
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา หญ้าปักกิ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้
แถบสิบสองปันนา ในตำรายาจีนปรากฏชื่อพิชสกุลเดียวกันนี้ ใช้รักษาอาการเจ็บคอ
และมะเร็ง ในประเทศไทยมีผู้นำหญ้าปักกิ่งมาใช้รักษาอาการของโรคมะเร็งหลายชนิด
เช่นมะเร็งในลำคอ ตับ มดลูก ลำไส้ ผิวหนัง และเม็ดเลือด เป็นต้น โดยนำหญ้าปักกิ่ง 6
ต้น ล้างน้ำให้สะอาด ปั่นหรือตำให้แหลก เติมน้ำ 4 ช้อนโต๊ะ คั้นเอาแต่น้ำแบ่งครึ่ง
ดื่ม 2 ครัง ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมง และก่อนนอน หญ้าปักกิ่งไม่มีพิษเฉียบพลัน
และพิษกิ่งเรื้อรังในหนูขาว เป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพ ในการรักษาโรคมะเร็ง
หญ้าปักกิ่ง สมุนไพรที่มีสารสำคัญในการยัยยั้งมะเร็ง หลายชนิดในหลอดทดลอง
เช่นมะเร็งในคอ ตับ มดลูก ลำไส้ ผิวหนัง เม็ดเลือด
โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ต้มดื่มแก้เจ็บคอ ใช้ต้นสดๆ 6 ต้น
ตำให้ละเอียด เติมน้าประมาณ 4 ช้อนโต๊ะ คั้นเอาน้ำสดๆมาดื่ม
แบ่งครึ่งทานเช้าและเย็น ดื่มประจำเป็นระยะยาวได้ เมื่อใช้ร่วมกับการรักษามะเร็ง
จะช่วยลดอาการข้างเคียงจากการฉายรังสีรักษาในผู้ป่วยที่ต้องฉายแสง
พบว่าเซลเม็ดเลือดขาวชนิดแมคโคฟาจทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น
ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับการแพร่
กระจายของเซลมะเร็งได้ ตำราจีนใช้รักษาอาการเจ็บคอและรักษามะเร็ง
กลับสู่ด้านบน
|
| |
|
| |
 |
 |
12.Gynostemma pentaphyllum Makino
Cucurbitaceae
สมุนไพรอมตะ เจียวกู่หลาน
ปัญจขันธ์ Miracle glass, southern ginseng, 5-leaf ginseng,
พัฒนาเป็นยายับยั้งเชื้อเอชไอวี หลังพบมีฤทธิ์เสริมภูมิต้านทาน และไม่มีพิษในคน
ศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดปัญจขันธ์หรือ เจียวกู่หลาน
เป็นพืชล้มลุกชนิดเถา พบมากในประเทศญี่ปุ่น จีน และในไทยสามารถปลูกได้ที่จังหวัดเชียงใหม่
ตัวยาที่สกัดได้แสดงฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์เอชไอวีโพรทีเอส ทำให้เชื้อไวรัสเอชไอวีไม่เพิ่มจำนวน
มีฤทธิ์เสริมภูมิต้านทานในหลอดทดลอง เมื่อทดสอบกับสัตว์ทดลอง ไม่พบพิษเฉียบพลันและพิษเรื้อรัง
ในญี่ปุ่นและจีนใช้ปัญจขันธ์เป็นยาต้านการอักเสบ แก้ปวด แก้ไอขับเสมหะ
ลดระดับไขมันในเลือด เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเติบโตของเนื้องอก
รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ประกอบด้วยตัวยา
82 ชนิด มีสารสำคัญชื่อ gypenosides เป็นสารประเภท ไตรเทอร์ปีนซาโปนีน
(tritepene sapanins) แต่ที่พบในโสมมีเพียง 28 ชนิด ซึ่งมีตัวยาที่เหมือนโสมคน
4 ชนิด ได้แก่ GinsenosidesRb, (gypenosideIII หรือ gynosaponin C),
ginsenosides Rb3 (gypenosideIV), ginsenoside Rd (gypenoside VIII)
และ ginsenoside F3 (gypenoside XII) นอกจากนี้ยังมี gypenosides อีก
11 ชนิด ซื่งมีสูตรโครงสร้างคล้ายคลืงกับ ginsenosides รวมอยู่ด้วยมีสรรพคุณใช้บำรุงร่างกาย
ระงับประสาท ช่วยให้นอนหลับ ลดความตื่นเต้น ลดความดันในโลหิต ลดคอเลสเตอรอล
ฟอสฟอไล ปีดและกรดไขมันอิสระ ลดน้ำตาลในเลือด ชะลอความชรา ยืดอายุของเซลล์เพิ่มจำนวนอสุจิ
รักษาโรคปวดหัวข้างเดียว ช่วยควบคุมน้ำหนัก ได้โดยไม่ต้องอดอาหาร และช่วยสร้างภูมิต้าน
ทานโรคต่าง ๆ เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีสรรพ คุณในการควบคุมการเจริญ
ของเซลล์มะเร็ง สามารถควบคุมการแพร่การเจริญของเซลล์มะเร็งเองได้ รวมทั้งสามารถยับยั้งการเกาะตัวกันของเกร็ดเลือดและการทำงานของเชื้อ
HIV แก้ผมหงอก ดับกลิ่นตัว มีรายงานว่า Gypenosides ซึ่งเป็นสารประเภท
saponins ที่พบในสมุนไพรชนิดนี้มีฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือด โดยการเพิ่มค่า
HDL และลดค่า LDL เสริมระบบภูมิคุ้มกันทั้งในสัตว์ทดลองและทางคลินิก
เป็นสุดยอดเครื่องดื่มสมุนไพร อาหารเสริมสุขภาพ และใช้เป็นสารปรุงแต่งในอาหารเสริมสุขภาพอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศจีนและโลกตะวันตก
กลับสู่ด้านบน
|
|
|
| |
| |
 |
|
Honey น้ำผึ้ง
กลูโคลสออกซิเดส
เอนไซม์ตัวนี้ชะลอการเติบโตของแบคทีเรีย
เมื่อใดก็ตามที่ปริมาณน้ำผึ้งที่เก็บสะสมไว้เริ่มจะเพิ่มขึ้น
เอนไซม์ตัวนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำเน่าเสียโดยเปลี่ยนกลูโคสให้กลายเป็นกรดกลูโคนิกกับไฮโดรเจนเพอร็อกไซด์
ทั้งคู่มีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรียและยีสต์
กระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้สำคัญมากเพราะน้ำผึ้งชอบดูดซับความชื้น
เมื่อรับประทานน้ำผึ้งแล้วจะทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าได้เร็ว
น้ำผึ้งแท้ยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ป้องกันไม่ให้เป็นหวัด ไอหรือเจ็บคอ
และช่วยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคโลหิตจางมีอาการทุเลาลงเมื่อรับประทานน้ำผึ้งเป็นประจำอีกด้วย
ยาปฏิชีวนะที่สกัดมาจากสารชนิดหนึ่งในโปรโปลิส เรียกว่า โฟลวานอยด์
ซึ่งจะช่วยป้องกันการเผาผลาญอย่างรวดเร็วของไวตามินซี
ผลคือทำให้ร่างกายมีความต้านทานโรคได้ดี ช่วยบำรุงร่างกาย รักษาสุขภาพ
ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ เสริมสร้างฮอร์โมนให้แก่ร่างกาย ป้องกันโรคภูมิแพ้
ป้องกันการขาดธาตุเหล็กและแคลเซียม
ส่วนประกอบมาตรฐาน น้ำผึ้งที่มีสีเข้ม
จะมีปริมาณแร่ธาตุสูงกว่าน้ำผึ้งที่มีสีอ่อน ความชื้น 17.20 % น้ำตาลเลวูโลส
(Levulose) หรือ (D-Fructose) 38.19 % น้ำตาลเดคโทส (Dextrose) หรือ (D-Glucose)
31.28 % น้ำตาลซูโครส (Sucrose) หรือน้ำตาลธรรมดา 1.31 % น้ำตาลมอลโทรส
(Maltose) 7.31 % น้ำตาลอย่างอื่น (Higher suger) 1.50 % รวม 75.59 % กรด
(Acids) 0.57 % โปรตีน (Protein) 0.26 % แร่ธาตุ (Minerals) 0.17 % ได้แก่
แคลเซียม, แมกนีเซียม, โปตัสเซียม, ฟอสฟอรัส วิตามิน เช่น ไรโบเฟลวิน, ไนอะซิน
เป็นต้น ส่วนประกอบอื่น ๆ (Minor Component) 2.21 % รวม 100 %
กลับสู่ด้านบน
|
| |
|
| |
|